San Design บริการออกแบบเว็บไซต์ด้วย WordPress

San Design บริการออกแบบเว็บไซต์ด้วย WordPress รับปรับแต่งเว็บไซต์ WordPress  ออกแบบเว็บไซต์ Responsive Design รองรับการแสดงผลได้ทุกขนาดหน้าจอมาตรฐาน ทั้งหน้าจอ Desktop, Tablet และ Smart phone และรองรับ SEO ให้เว็บไซต์ของคุณแสดงผลการค้นหาในอันดับต้นๆ บน Google

San Design รับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress รองรับแสดงผลบนทุกอุปกรณ์
มีเว็บไซต์ดีอย่างไร?
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
  • สามารถทำการตลาดบน Google ได้เต็มรูปแบบ
  • สร้างและกำหนดความต้องการของข้อมูลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เข้าถึงการค้นหาธุรกิจจาก Google ได้ดีที่สุด
  • สามารถเชื่อมต่อกับสื่อ Social ได้หลายอย่าง
  • สามารถออกแบบและสร้างการนำเสนอธุรกิจให้เป็นไปตามที่ต้องการ
สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
  • สามารถทำการตลาดบน Google ได้เต็มรูปแบบ
  • สร้างและกำหนดความต้องการของข้อมูลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เข้าถึงการค้นหาธุรกิจจาก Google ได้ดีที่สุด
  • สามารถเชื่อมต่อกับสื่อ Social ได้หลายอย่าง
  • สามารถออกแบบและสร้างการนำเสนอธุรกิจให้เป็นไปตามที่ต้องการ
  • San Design รับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress
San Design รับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress
ความสามารถ จุดเด่น WordPress
มีระบบหลังร้าน

มีระบบหลังบ้านที่ใช้ง่าย เจ้าของเว็บไซต์สามารถแก้ไขเว็บไซต์เองได้ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่อง Code หรือจ้างคนดูแลเว็บไซต์

SEO-FRIENDLY

ทำ SEO การตลาด ให้ Keyword ของธุรกิจคุณติดหน้าแรก Google ได้ง่าย เมื่อเทียบกับการสร้างเว็บด้วยระบบอื่นๆ

RESPONSIVE DESIGN

แสดงผลที่พอดีหน้าจอ ไม่ว่าลูกค้าจะเปิดเว็บไซต์ด้วยคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค Tablet หรือมือถือ เว็บไซต์ของคุณจะแสดงผลพอดีหน้าจอโดยอัตโนมัติ

ค่าใช้จ่ายไม่สูง

ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับการเขียนเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ทั้งระบบ และสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตามใจและมีความสวยงามไม่แพ้กับการเขียนขึ้นมาใหม่

วูคอมเมิร์ช Woocommerce คืออะไร

การทำเว็บไซต์ e-commerce เป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ WooCommerce เป็นปลั๊กอินที่ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหน  WooCommerce  มีรูปแบบที่ตอบสนองการทำร้านค้าออนไลน์ ที่สวยงาม ทันสมัย หลายสไตล์ หลายสีสัน มีประสิทธิภาพที่ช่วยขยายกิจการให้เราขายสินค้าของเราได้มากขึ้นและมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม  ปลั๊กอินตัวนี้ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถแก้ไขได้ตามต้องการ San Design รับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress

ระบบชำระเงินออนไลน์

ร้านค้าที่สร้างด้วย WooCommerce สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิต โอนธนาคาร หรือ paypal สะดวกรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

มีระบบจัดการสมาชิก

เมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าของเรา จะมีระบบสมาชิกให้สมัครและยังสามารถทำให้สมาชิกได้รับสิทธิ์พิเศษต่างๆตามที่เรากำหนดได้อีกด้วย

ระบบ Stock สินค้า

เมื่อคุณต้องการทำสินค้าใน Stock ไม่ว่าจะมีสินค้าเยอะ หรือน้อย ระบบWooCommerce ก็จะสามารถจัดทำStockสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ระบบจัดส่งสินค้า

หากคุณกำลังวุ่นกับการจัดส่งสินค้า การคีย์ข้อมูลการจัดส่ง ด้วยระบบที่ทันสมัยของWooCommerce ทำให้เราทำระบบจัดส่งสินค้าได้อย่างง่าย และรวดเร็วในการอัพเดทสถานะสินค้าจัดส่ง

ระบบคิดค่าจัดส่ง

น่าทึ่งมากทีมีระบบคิดค่าจัดส่งให้เราสามารถเลือกจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็น จัดส่งแบบEMS จัดส่งแบบพิเศษ หรือแม้กระทั่ง ค่าจัดส่งตามน้ำหนัก ก็ยังทำได้

การขายสินค้าแบบมีตัวเลือก

หากสินค้าของคุณมีตัวอย่างที่หลากหลาย เช่น มีสีให้เลือก มีขนาดสินค้า หรือมีชนิดให้เลือก ทางระบบWooCommerce ก็สามารถทำได้เช่นกัน

* ยังมีระบบอีกมากมายที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณง่ายขึ้นตามที่คุณต้องการ
San Design รับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress

ผลงานของเรา

WooCommerce คืออะไร ทำร้านค้าออนไลน์ได้หรือไม่ จะขายของออนไลน์ได้อย่างไร คำถามพวกนี้เป็นอีกคำถามหนึ่งที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เมื่อเราจะเริ่มทำร้านค้าออนไลน์ สำหรับบทความนี้ เราจึงจะมาเรียนถึงในส่วนของความหมาย การใช้งานปลั๊กอิน WooCommerce, WooCommerce Download, WooCommerce Theme และปลั๊กอินเสริมของ WooCommerce กันครับ

WooCommerce

WooCommerce คือ แพล็ตฟอร์ม Ecommerce ออนไลน์แบบโอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่เราสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ WooCommerce.com มาใช้งานในระบบของ WordPress ได้ โดยให้ใช้งานในส่วนของฟังก์ชั่นพื้นฐาน WooCommerce ฟรี และเสียเงินเมื่อต้องการฟังก์ชั่นที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดสูงถึง 71 ล้านครั้ง สนับสนุนการขายของออนไลน์สูงถึง 28% ของร้านค้าออนไลน์ทั้งหมดทั่วโลก

ปลั๊กอิน WooCommerce

ปลั๊กอิน WooCommerce เป็นโปรแกรมร้านค้าออนไลน์หรือโปรแกรมเสริมทางด้านของ Ecommerce ที่เพิ่มขีดความสามารถทำให้โปรแกรม WordPress ทำ Ecommerce มีความสามารถมากขึ้นกว่าการเป็นแค่เว็บบล็อก (Blog) หรือเว็บที่เขียนบทความเท่านั้น โดยมีฟีเจอร์สนับสนุนการทำงานในการขายสินค้าออนไลน์ที่ครบถ้วน อันได้แก่ ระบบสินค้า การขาย สต็อกสินค้า โปรโมชั่น การจ่ายเงิน และรายงาน เป็นต้น

WooCommerce Download

เราสามารถทำการดาวน์โหลดโปรแกรม WooCommerce ได้จากในส่วนเมนูปลั๊กอินของ WordPress โดยทำการกดปุ่ม Add New แล้งทำการค้นหา WooCommerce ระบบก็จะแสดงปลั๊กอินที่เราจะต้องติดตั้ง ให้ทำการติดตั้ง (Install) แล้วเปิดใช้งาน (Activate)

ปัจจุบันเวอร์ชั่นล่าสุดของ WooCommerce อยู่ที่เวอร์ชั่น 3.6.4 สามารถทำงานได้กับ WordPress เวอร์ชั่น 5.2 มีการดาวน์โหลดปลั๊กอินนี้อยู่ที่ 4 ล้านครั้ง

 

 

WooCommerce Theme

WooCommerce แนะนำในส่วนของธีมที่เป็นธีมเริ่มต้น มีชื่อว่า Storefront ซึ่งธีมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมงานของ WooCommerce Core Developers เมื่อทำการติดตั้งธีมจะมีการรวมในส่วนของ WooCommerce เข้าไปตั้งแต่การติดตั้งและมีการเสริมในส่วนของส่วนขยาย (WooCommerce Extension) เข้าไปเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ของธีม Storefront นั้น เนื่องจากเป็นธีมเริ่มต้น ทำให้หน้าตาของธีมดังกล่าวดูเรียบง่ายกว่า

 

เราสามารถทำการสั่งซื้อ WooCommerce Theme ได้จาก Themeforest เช่นเดียวกับการสั่งซื้อธีมทั่วไป  ตัวอย่างธีมจาก Themeforest ดังรูปด้านล่าง

 

 

ปลั๊กอินเสริมของ WooCommerce

หากเราเข้าไปดูในเว็บไซต์ WooCommerce.com ตอนนี้ผู้พัฒนาในส่วน WooCommerce ได้ทำการพัฒนาส่วนขยาย (Extension) หรือปลั๊กอินเสริมของ WooCommerce ขึ้นมาให้ใช้งานฟรีจำนวน 2 ตัวด้วยกัน (รายการอื่นคิดเงิน) ได้แก่ Facebook for WooCommerce และ WooCommerce Google Analytics Extension

ปลั๊กอินตัวแรก Facebook for WooCommerce เป็นปลั๊กอินที่ช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์ของเราและเฟสบุ๊ค โดยจะทำการซิงค์หรือถ่ายโอนข้อมูลสินค้าไปยัง Facebook ทำให้เมื่อเราอัพเดทสินค้าผ่านเว็บไซต์ ข้อมูลสิ้นค้านั้นก็จะไปแสดงผลที่เฟสบุ๊คด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีในส่วนของรายงาน Facebook Pixel ที่สรุปความเคลื่อนไหวของลูกค้าที่เข้ามาซื้อ มีระบบในส่วนของ Chat ให้คอยตอบคำถามลูกค้าในหน้าเว็บไซต์ และส่วนสุดท้ายก็คือ การเชื่อมต่อการโฆษณากับเฟสบุ๊ค เราสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินนี้ ได้จาก Facebook for WooCommerce

ปลั๊กอินตัวถัดมา เป็นปลั๊กอินที่ช่วยในเรื่องของรายงาน โดยทำการเชื่อมโยงกับ Google Analytics ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการสั่งซื้อ (Purchase Transaction) และการกดปุ่มทำการสั่งซื้อ (Add to Cart Events) เพื่อดูว่วลูกค้าของเรานั้นมีส่วนร่วมในการสั่งซ้อมากนน้อยเพียงใด และยังมีฟีเจอร์ในการตรวจสอบพื้นฐานของ Google Analytcis ประกอบเข้ามาด้วย เราสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินนี้ ได้จาก Wocommerce Google Analytics Extension

สำหรับปลั๊กอินตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจของ WooCommerce ผมจะเขียนไว้ในบทความถัดไปนะครับ

 

 

Setting WooCommerce

WooCommerce มีเมนูสำหรับการตั้งค่าอยู่หลายส่วนด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น การตั้งค่าสินค้า ราคา โปรโมชั่น คูปอง การจัดส่ง ระบบชำระเงินหรือการจ่ายเงิน และอีเมล์แจ้งเตือน ด้านล่างจะเป็นภาพตัวอย่างให้เห็นถึงหน้าตาของการตั้งค่าของ WooCommerce

  • การจัดการในส่วนของสินค้า ราคา การขนส่งสินค้า โปรโมชั่น

 

สำหรับคนที่สนใจจะเริ่มทำการขายของออนไลน์ในส่วนของการเรียน WooCommerce ทางเรามีสอน WooCommerce ตั้งแต่การติตดั้งและตั้งค่า WooCommerce ให้จนกระทั่งสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ได้ครับ คอร์สเรียนนี้จะมีคู่มือ WooCommerce ภาษาไทยให้ด้วย ไปดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่

 

 

การขายของทางออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยากเสมอไป ถ้าคุณได้มาลองทำเว็บไซต์ ด้วย WordPress และ WooCommerce บทความชุดนี้ จะเป็นตัวช่วยให้คุณได้! คู่มือสอน WooCommerce และวิธีใช้ฉบับปี 2019 สำหรับมือใหม่หัดขายของบนโลกออนไลน์ในแบบ E-commerce และเนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับ WooCommerce มีเยอะมาก วันนี้เราจึงได้รวบรวมและสรุป วิธีใช้ คู่มือติดตั้งแบบภาษาไทยมาให้ทุกคนได้เลยรู้ไปพร้อมๆ กัน!

WooCommerce คืออะไร?

WooCommerce คือ ปลั๊กอินที่เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่สวมใส่เว็บ WordPress ธรรมดาๆ ของเราให้กลายเป็นเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่น่าสนใจที่สุด ใครจะรู้ว่าในปัจจุบัน 47% คือ สถิติที่มีเว็บร้านค้าออนไลน์ ที่ใช้ WooCommerce จากทั้งโลก ทั้งยังสามารถดาวน์โหลดตัวปลั๊กอินนี้มาใช้ฟรีๆ ได้อีกด้วย 

ทำไมต้องใช้ WooCommerce?

แน่นอนว่าเหตุผลหลักที่เห็นชัดๆ ว่าทำไมต้องใช้ WooCommerce คือ สามารถโหลดมาใช้ได้ฟรีนั่นเอง ง่ายๆ คือ ช่วยให้เราสามารถเริ่มต้น สร้างเว็บขายของออนไลน์แบบแทบไม่ต้องเสียต้นทุน แถมยังใช้ง่ายสุดๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพ่อค้า แม่ค้าธรรมดาทั่วไปที่อยากทันโลก ก็สามารถโหลดมาใช้งานได้เลย มีอุปกรณ์เสริมแต่งให้สวยให้หล่ออีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องจาก บริษัท Automatic ผู้อยู่เบื้องหลัง WordPress.org และ WordPress.com

หน้าตาของเว็บ ecommerce ที่ติดตั้ง WooCommerce

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นใช้งาน WooCommerce

1.  อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่า WordPress และ WooCommerce จะมีการอัปเดตตลอด ดังนั้นสำหรับพ่อค้า แม่ค้า คนไหนที่หันมาขายของแบบตามให้ทันโลก อย่างอีคอมเมิร์ส ก็ต้องหมั่นเรียนรู้วิธีการดูแลเว็บ และคอยอัปเดตเว็บอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บขายของของเรา สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญเลยก็คือ ช่วยลดความเสี่ยงของการถูกแฮ็กให้น้อยลงด้วย

2. เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ประเภทของเว็บร้านค้าออนไลน์นั้น แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เว็บร้านค้ารายเดียว และ เว็บร้านค้าที่เป็นตลาดกลาง (Market place) เช่น Lazada, Amazon Kaidee ซึ่ง WooCommerce ของเรานี้ สามารถสร้างเว็บได้ทั้ง 2 แบบ แต่อย่างไรเราก็ขอแนะนำ ให้คุณเปิดเป็นร้านค้าแบบแรกดีกว่า เพราะ WooCommerce มีโครงสร้างที่เหมาะสมกับแบบร้านค้ารายเดียวมากกว่า

3. ถึงแม้โฮสทุกโฮสทำเว็บได้หมด แต่ก็ไม่ทุกโฮสเหมาะกับเว็บ WordPress และ WooCommerce นะ เพราะจากปัญหาที่เจอของโฮสที่มีชื่อเสียง คือ ค่อนข้างจะจำกัดการใช้งานของลูกค้าระดับ Share Host หรือระดับของคนเริ่มต้นเปิดเว็บขายของที่มีราคาถูก เอาใจสายบุกเบิกแต่จำกัดการใช้งาน อย่างเช่น ลง WordPress เองไม่ได้ อัปเดต WordPress ไม่ได้ จำกัดพวกหน่วยความจำในส่วนของ PHP ดังนั้น เราต้องศึกษาดีๆ ก่อนเช่าพื้นที่เว็บไซต์

ถ้าจะให้ดีที่สุดควรเลือกเว็บโฮสในลักษณะที่เป็น WordPress Hosting เลยจะได้มั่นใจว่าเหมาะสมกับ WordPress และจะไม่มีปัญหาอื่นเมื่อมาปรับแต่งลูกเล่นต่างๆ กันเว็บไซต์ในภายหลัง

คู่มือสอนการติดตั้งและวิธีใช้ WooCommerce 

อันดันแรกเราต้องศึกษาและยึดกลุ่มลูกค้าของเราเสียก่อน หากลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่เราอยากให้เว็บเราสวยๆ ดูอินเตอร์ เราก็ตั้งค่าให้พวกเมนูการใช้งานบนหน้าควบคุม หรือ Dashboard เป็นภาษาอังกฤษ และรายละเอียดอื่นๆ เป็นระบบภาษาไทย ซึ่งมีวิธีการเปลี่ยน ดังนี้ 

วิธีการเปลี่ยนภาษาบนเว็บของเรา ให้เราไปที่ Settings > General > Site Language

เลือก setting และ general
เลือกภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามสะดวก

การติดตั้งปลั๊กอิน WooCommerce เวอร์ชั่น 3.4+ มีดังนี้

  • สำหรับเว็บใครที่ยังไม่ได้ลงปลั๊กอิน

ให้เราไปที่ plugin > add new > ค้นหาชื่อปลั๊กอิน WooCommerce > แล้วคลิก install กับ Activate ได้เลย 

ไปที่ plugins เลือก add new
เสริชหา WooCommerce
กด Install รอให้การติดตั้งเสร็จสิ้น
กด activate
  • กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่องเพื่อไปต่อ

เมื่อเราคลิก Activate ระบบจะพาเราเข้าสู่หน้า Wizard ซึ่งเราต้องกรอกข้อมูลใส่ให้ครบทุกช่องก่อน จะกรอกเป็นภาษาไทย หรืออังกฤษก็ได้ แต่ต้องครบทุกช่อง เพราะหากใส่ไม่ครบ เราจะไม่สามารถทำขั้นตอนต่อไปได้ 

กรอกข้อมูลให้ครบหรือจะ skip ไว้ไปกรอกทีหลังเมื่อพร้อมแล้วก็ได้
  • สำหรับคนที่ติดตั้ง WooCommerce แล้ว

หากเราต้องการจะลงธีมสวยๆ ให้เรากลับไปที่หลังบ้าน โดยคลิก Dashboard หรือหน้าควบคุม และคลิก Run the Setup Wizard เพื่อจะได้เข้าสู่โหมด ตั้งค่าพื้นฐานของ WooCommerce และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ แบบพร้อมๆ กันเลย

สามารถตั้งค่าต่างๆ ให้กับปลั๊กอินที่โหลดมาเมื่อกด Run the Setup Wizard
  • Let’s Go! ตั้งค่าหน้า payment

ให้เราคลิก Let’s go! ต่อได้เลย มันจะนำเรา ไปยังหน้าตั้งค่า Payment ให้เราคลิกเปิดใช้งาน Bank transfer (BACS) payments จากนั้น คลิก Continue และในส่วนของ Shipping ให้เราปิดการใช้งานก่อน และเดี๋ยวเราจะกลับมาตั้งค่าการจัดส่งกันใหม่ จากนั้นคลิก Continue หากขึ้นหน้า Recommended setup และ Jetpack ให้เราคลิก Skip this step เพื่อข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย เพราะตอนนี้เรายังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้ค่ะ

  • คลิกที่คำว่า Visit Dashboard เป็นอันเสร็จสิ้น

เมื่อเข้าสู่หน้าสุดท้ายของขั้นตอนติดตั้งปลั๊กอิน WooCommerce แล้ว ให้เราคลิกที่ Visit Dashboard ได้เลย หลังจากนี้ จะเป็นกระบวนการตั้งค่าเมนูต่างๆ ในร้านค้าของเรา ดังนั้นก่อนอื่น เราต้องมาเช็กก่อนว่า ตอนนี้เรามีระบบขายสินค้าหน้า (page) ครบหมดแล้วหรือยัง?  ซึ่งจะประกอบไปด้วย 4 หน้า ได้แก่ Cart, Checkout, My Account และ Shop ซึ่งหน้าต่างเหล่านี้จะถูกสร้างอัตโนมัติ ผ่านขั้นตอน wizard ตอนลงปลั๊กอินนั่นเองค่ะ

มาถึงขั้นตอนนี้พร้อมกันแล้วหรือยังคะ ที่จะมาเป็น พ่อค้า แม่ค้าสาย E-commerce กับ WooCommerce ที่จะทำให้ร้านค้าของคุณเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ใหญ่ สวยงาม และน่าเชื่อถือในยุค 4.0 นี้ ถึงใครๆ จะขายออนไลน์ได้ แต่บอกเลยว่าอนาคตต่อไปที่ไม่มีใครรู้กลไกโลก คงไม่ดีแน่หากคุณ ไม่ทำเว็บไซต์ของคุณเองไว้ก่อนกับ WooCommerce!

 

 

 

 

ในแวดวงของผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ที่มีบริการขายสินค้าผ่านทางช่องทางต่างๆ บนเว็บไซต์ ต่างก็จะต้องรู้จักวิธีในการสร้างเว็บไซต์ที่มีฟังก์ชันการทำงานเพื่อรองรับความต้องการและให้บริการในการซื้อสินค้าของลูกค้าให้ได้สมบูรณ์แบบมากที่สุด และแน่นอนว่าในธุรกิจที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มากก็มักจะหันไปเลือกใช้บริการเว็บไซต์ตัวแทนขายสินค้าซึ่งมีให้เห็นอยู่มากมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นบริการที่สร้างความสะดวกสบายให้กับเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ต้องมีการจ่ายเงินหรือมีการโดนหักส่วนแบ่งออกไปเมื่อขายสินค้าได้ อย่างนั้นแล้ววันนี้เราจึงต้องการที่จะนำเสนอหนึ่งช่องทางใหม่ที่น่าสนใจอย่างการรับทำเว็บ WooCommerce ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาในปัจจุบัน

โดยหลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้า WooCommerce นั้นคืออะไร เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นคำศัพท์หรือโปรแกรมทางด้านเว็บไซต์ที่เป็นเรื่องเฉพาะทางเสียเหลือเกิน แล้วบริการรับทำเว็บ WooCommerce นั้นมีลักษณะอย่างไร เรามีคำอธิบายมาฝาก ซึ่งเจ้า WooCommerce นั้นก็คือ Plug-In ชนิดหนึ่งที่ใช้งานร่วมกันกับ WordPress ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบวิธีการสร้างเว็บที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้ให้บริการรับทำเว็บ WooCommerce ในปัจจุบัน เพราะว่าเจ้าตัว WooCommerce นั้นเป็น Utility ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะ WooCommerce มีคุณสมบัติครบทุกประการในเรื่องของการให้บริการทางด้าน E-Commerce ที่จะเปลี่ยนเว็บไซต์ธรรมดา ๆ ให้มีคุณสมบัติรองรับการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ อย่างนั้นแล้วเราลองมาดูกันว่าการรับทำเว็บ WooCommerce นั้น มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างไรบ้าง

  1. คุณสมบัติฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นมาตรฐานเข้าใจง่าย ด้วยความนิยมของการรับทำเว็บ WooCommerce ที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้กับเว็บไซต์ของตัวเองกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ลูกค้าเกิดความเคยชินกับการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ของ WooCommerce นั่นหมายความว่าหากธุรกิจของเรานำเอา Plug-In ตัวนี้ไปใช้ จะทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ระบบการใช้งานใหม่ให้เสียเวลา และสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่มีปัญหากวนใจลูกค้าเลย
  2. ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี เพราะว่า WooCommerce เป็น Plug-In ของโปรแกรมเขียนเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง WordPress ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในวงการเว็บไซต์ทั่วโลกว่าสามารถทำ SEO ได้ง่ายและสะดวกมาก อย่างนั้นแล้วหมายความว่าการเลือกใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์ของธุรกิจของคุณ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น

พอได้รู้อย่างนี้แล้วก็ทำให้ได้เห็นถึงประโยชน์และความน่าสนใจของการเลือกใช้ WooCommerce หรือบริการรับทำเว็บ WooCommerce เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจออนไลน์ของเราได้อย่างมากเลยล่ะ

 

 

 

ข้อดีข้อเสียของ WooCommerce คืออะไรบ้าง?

เคยสงสัยกันไหมทำไมเว็บไซต์ E-Commerce บ้านเราทำไมมีเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วเขาสร้างมันขึ้นมากันได้ยังไง มันไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่จะพัฒนาระบบขึ้นมาระบบหนึ่ง บางเจ้าถึงกับไปต้องไปฝากร้านกับ lnwshop เนื่องจากจัดการสินค้าและข้อมูลง่าย แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสร้างมันขึ้นมาเองง่าย ๆ แบบคนไม่รู้ Code เลย ไม่ได้บอกว่า lnwshop ไม่ดีนะ เพียงแค่ Concept Blog นี้จะพาไปสร้างมันขั้นมาเอง

เพราะ Woocommerce เป็น Plugin ของ WordPress และ Plugin นี้มืออาชีพมาก เหมือนตีบวก +10 ให้กับตัว WordPress เลย การติดตั้งก็เหมือนเราติดตั้ง plugin ทั่วไปที่มีใน WordPress เลย

ทำไมเราถึงใช้ Woocommerce ?

 

 

 

WordPress + Woocommerce เป็นที่นิยมมากในการพัฒนาเว็ปไซต์ E-Commerce ในปัจจุบัน เพราะติดตั้งง่ายและมีครบทุกอย่าง ทั้ง ระบบจัดการสมาชิก ระบบจัดการสินค้า ระบบ shipping และหลากหลาย เราติดตั้งเจ้าตัวนี้ไปแทบจะไม่ต้องไปแก้ไขอะไรให้มาก เพราะมีพร้อม ก็อยู่ที่เราแล้วแหละว่าจะใช้มันเป็นหรือเปล่า

Woocommerce ไม่ได้รองรับทุก Theme ซะทีเดียว

 

 

เห็นหัวข้อของ Paragraph หลายคนที่ทำ WordPress อยู่ก็อาจบอกไม่จำเป็นแค่เอาหน้าไปแทรกแค่นั้นปรับแต่งหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว แต่ถ้าเราต้องใจจะเปิดร้านออนไลน์ทำไมไม่หา Theme ที่มันเฉพาะทางเลยละ ดีกว่าไปหมดพลังงานชีวิตไปปรับแต่งเยอะแยะ ซึ่ง wordpress ก็มี theme พวกนี้มากมายทั้ง Free และ เสียเงิน แต่ถ้าใครอยากทดลองสร้างดู แนะนำลองใช้ Theme Storefront ดู เพราะทาง Woocommerce เข้าได้พัฒนามันขึ้นมาเลย

จุดแข็งจุดอ่อนของ Woocommerce

จุดแข็ง

อย่างแรกคือ มัน Free อ่านไม่ผิด เพราะมันฟรี เราสามารถโหลดใช้ Free ได้เลย Woocommerce

และที่เด่นต่อไปมีระบบมากมายให้เราใช้งาน เช่น ระบบจัดการสมาชิก ระบบตะกร้าสินค้า คูปองส่วนลด ระบบ Stock สินค้า ระบบจัดการ ORDER ส่งข้อความหาลูกค้าแต่ละคน ติดตามสถานะการสั่งซื้อ Gallery สำหรับสินค้า คำนวณภาษี รองรับการจ่ายเงินหลายประเภท ขายสินค้าที่มีตัวเลือก ระบบ shipping พูดซะยาวของแบบนี้สิบปากว่าไม่เท่าลงมือทำ อ่าน Blog ต้องลองไปเล่นแล้ว

จุดอ่อน

ไม่สามารถ ปริ้นสลิปบิลออกมาได้ ซึ่งร้านบางร้านก็ต้องการใช้ระบบนี้ที่เป็นรูปแบบ PDF หรือ อย่าง Woocommerce ยังทำไม่ได้ และอีกอย่างก็คือ ไม่มีตัวแจ้งชำระเงิน แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นจุดอ่อนหรอกเพราะ Woocommerce เป็นของต่างชาติ แต่ก็มีคนไทยที่พัฒนาตัว Plugin ตัวนี้ขึ้นมา Seed Confirm Pro อาจจะหาไม่เจอเราต้องเข้าไปซื้อ Seed Themes บอกเลยซื้อจากที่นี่ดีที่สุด เพราะสามารถคุยสอบถามหลังซื้อได้ และตอบเร็วมาก

อ้าว ถ้ามันดีขนาดนี้ก็เปิดแข่งกับ Lazada ได้เลยดิ

ถ้าใครกำลังเอา Woocommerce ไปแข่งกับ Lazada ล้มเลิกความคิดแล้วเอาเวลาไปศึกษา WordPress ดีกว่าเพราะมันไม่มีความใกล้เคียงที่จะแข่งกันได้เลย เพราะ Woocommerce เหมาะสำหรับเปิดร้านส่วนตัวมากกว่าที่จะให้คนอื่นมาเปิดร้านได้